Self-awareness การตระหนักรู้ในตนเอง

6 กิจกรรมสร้างการตระหนักรู้ในตนเอง ที่ทุกคนควรรู้

เขียนโดย ALETHEIA LUNA 
แปลด้วย NCGA

การตระหนักรู้ในตนเองเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดและพื้นฐานของการดำรงชีวิต

หากปราศจากการรับรู้ตนเองแล้ว ความคิด ความรู้สึก และรูปแบบพฤติกรรมของเราจะถูกควบคุมโดยความเชื่อแบบไม่รู้ตัว เราจะอาศัยการคิดเอาเอง หรือไม่ก็ใช้ใช้สัญชาตญาณเป็นสำคัญ เมื่อเราขาดความตระหนักรู้ในตนเองเราได้สร้างความทุกข์ทรมานตัวเองขึ้นมา และยังยื้อเวลาในชีวิตของผู้อื่นซึ่งสร้างความทุกข์ทรมานและความโกลาหลไม่สิ้นสุด

อย่างไรก็ตามเมื่อเราเรียนรู้ที่จะตระหนักถึงความคิดดั้งเดิม ความเชื่อ อุดมการณ์ สมมติฐาน และสิ่งอื่นๆ ที่ทำลายตัวเราเองแล้ว เราจะกลายเป็นผู้ที่มีความสุข ความรัก และความเฉลียวฉลาด ไม่เพียงแต่เราจะสามารถหยุดยั้งความทุกข์ทรมานของตนเองเท่านั้น แต่กับผู้คนอื่นที่เราเกี่ยวข้องด้วยก็จะหยุดปฏิกิริยาตอบสนองต่อความยากลำบากที่เราสร้างขึ้นอีกด้วยด้วย ในทางตรงกันข้างพวกเขาก็จะพบความสงบสุขมากขึ้นนั่นเอง

ความคิดของเราสร้างตัวตนที่แท้ของเราขึ้นมา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ว่ากิจกรรมการรับรู้ตนเองในบทความต่อไปนี้นี้มีความสำคัญสำหรับเราในการเรียนรู้และซึมซับไว้

คุณขาดความตระหนักรู้ในตนเองหรือไม่?  คุณจะสามารถระบุได้ด้วยตัวบ่งชี้ต่อไปนี้

          • คุณมีความยากลำบากในการเข้าใจสิ่งที่คุณรู้สึก

          • คุณพบว่ามันยากที่จะพูดเกี่ยวกับความรู้สึกและความคิดของคุณกับผู้อื่น

          • คุณกำลังหลงทางอยู่ในความคิดของคุณ

          • คุณมักโกรธเคืองหรือเสียใจกับผู้อื่น

          • คุณมีความนับถือตนเองต่ำ

          • คุณส่งสัญญาณการทำลายตนเองเป็นจำนวนมาก

          • คุณมีความรู้สึกเกี่ยวกับตัวเองค่อนข้างอ่อนแอมาก หรือคุณมีตัวตนที่แข็งกระด้างมากเกินไป

เมื่อฝึกปฏิบัติกิจกรรมการรับรู้ตนเองในบทความนี้แล้ว คุณจะค่อย ๆ พบกับความสุขและความพึงพอใจในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ

  1. กิจกรรมสร้าง Self-awareness สำหรับผู้เริ่มต้น 3 ประการ

หากคุณรู้สึกว่าคุณขาดความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับตัวเองและเกี่ยวกับผู้อื่น คุณจะได้รับประโยชน์จาก

กิจกรรมการรับรู้ตนเองต่อไปนี้ –เว้นไว้แต่ว่าได้ทำสิ่งเหล่านี้จนเป็นนิสัยแล้ว

1. ออกห่างจากคนอื่น อยู่เฉย ๆ และไม่ต้องทำอะไร (Get away from people, be still, and don’t do anything)

มีบ่อยครั้งที่เรามักใช้ “ความวุ่นวาย” เป็นวิธีการหลบหนีจากความกลัว ความเกลียดชัง และ

ความรู้สึกทรมานในชีวิตประจำวัน เรามักรู้สึกว่าจะต้อง “ทำอะไรบางอย่าง” แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เราพบว่าวิธีที่ดีที่สุดในการสัมผัสและชื่นชมกับชีวิตที่แท้จริง คือการอยู่กับตัวเอง

ในการพัฒนาความตระหนักรู้ในตนเอง คุณจำเป็นต้องเริ่มต้นด้วย  “ผืนผ้าใบว่างเปล่า” และความสันโดษ เงียบ ๆ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด นี่เป็นเพราะความสันโดษทำให้คุณอยู่ในความเป็นจริง และถึงแม้ว่ามันจะน่ากลัวและเหงาในตอนแรก แต่การใช้เวลาอยู่ตัวคนเดียวในแต่ละวัน โดยให้โอกาสคุณได้ไตร่ตรองกับตัวเองถึงสิ่งที่คุณทำ สิ่งที่คุณพูด สิ่งที่คุณรู้สึก และสิ่งที่คุณต้องการที่จะทำ ความสันโดษจะปรับตำแหน่งของเราในส่วนที่ลึกซึ้งที่สุด และทำให้รับรู้ในความต้องการในชีวิตของเรา ดังนั้นจึงเป็นการต่อท่อที่สมบูรณ์ที่สุดของการรับรู้ตนเอง

            2. ทำสมาธิและการสำรวจตัวเอง Meditation and self-inquiry.

            การสำรวจตนเองเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ดีมากในการเพิ่มการรับรู้ตนเองของคุณ การถามคำถามเช่น“ ทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนี้”“ ความคิดนั้นมาจากไหน” “ข้อสันนิษฐานเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่”  “อะไรเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมนั้น”  เหล่านี้เป็นคำถามที่ทรงพลังมาก ที่จะทำให้การรับรู้ของคุณลึกซึ้งยิ่งขึ้น

            การทำสมาธิสามารถทำได้หลายรูปแบบที่แตกต่างกัน ไม่เฉพาะแค่การนั่งบนพื้นเรียบ ๆเท่านั้น ตัวอย่างเช่นคุณสามารถทำสมาธิแบบไดนามิกที่มีการเคลื่อนไหวได้อย่างทั่วท้องได้ หรือคุณสามารถทำสมาธิแบบเคลื่อนไหวแบบซี่กง หรืออาจการทำสมาธิแบบใช้สติจดจ่อแน่วแน่ของคุณได้ทั้งวัน หรือทุกวัน แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกทำสมาธิแบบไหน สิ่งสำคัญที่คุณจะต้องเรียนรู้คือวิธีที่จะทำให้จิตใจและร่างกายของคุณเคลื่อนไหวช้าลง เพราะสิ่งนี้จะช่วยให้คุณมีสติมากขึ้น ทบทวนกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในตัวคุณเอง

3. เขียนบันทึกส่วนตัวทุกวัน (Keep a daily private journal)

การบันทึกความคิดทั้งหมดของคุณไว้ในที่ที่ปลอดภัย ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณสามารถติดตามความก้าวหน้าของตัวเองเท่านั้น แต่การฝึกนี้ยังช่วยให้คุณมีความจริงใจกับตัวเองมากขึ้น เมื่อคุณมีความซื่อสัตย์เกี่ยวกับความคิดและความรู้สึกของคุณ และเมื่อคุณหาที่ที่แสดงความรู้สึกเหล่านั้นแสดงออกมาได้ ความรู้สึกเหล่านั้นก็จะไม่หลงเหลือในใจของคุณอีกต่อไป ซึ่งความรู้สึกที่เหลืออยู่ในใจมีแนวโน้มที่จะสร้างความตึงเครียดและความกดดันให้แก่คุณ การเขียนความคิดของคุณออกมาและให้โอกาสตัวเองไตร่ตรองสิ่งที่คุณคิดและรู้สึกอย่างแท้จริง รวมทั้งทำในสิ่งที่คุณสามารถทำได้ หรือแก้ไขปัญหาบางอย่างเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น ทั้งนี้คุณอาจต้องการเก็บความคิดความรู้สึกเหล่านี้ไว้ในบันทึกส่วนตัว หรือเขียนออกมาแล้วก็ทำลายเสียโดยเร็วก็ได้

  1. กิจกรรมสร้าง Self-awareness สำหรับผู้เรียนที่มีความก้าวหน้า 3 ประการ

ในขณะที่แม่น้ำสูญเสียชื่อและรูปร่างตัวเองในทะเล คนฉลาดจะสูญเสียชื่อและรูปร่างตัวเองในดินแดนของพระเจ้าที่รส่องแสงประกายไปทั่วทุกแห่ง –Mundaka Upanishad

การรับรู้ตนเองวิวัฒนาการมาช้านานจากการทำความเข้าใจธรรมชาติของตนเอง / เอกลักษณ์แห่งตน เพื่อทำความเข้าใจธรรมชาติของตัวเอง / ธรรมชาติที่สำคัญหรือสาระสำคัญทางจิตวิญญาณที่เป็นเรา

ด้วยการคิดอย่างลึกซึ้งจะเห็นได้ชัดเจนว่าจิตใจมีพื้นที่ที่จำกัด และแม้ว่าสติปัญญาของเราเป็นเครื่องมือที่ซับซ้อน แต่ก็ยังเข้าใจถึงความเป็นจริงได้เพียงเศษเสี้ยวของนาทีเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเราจะเห็นได้ชัดเจนอีกว่าคุณ “คิด” ว่าคุณไม่ใช่สิ่งที่คุณเป็นอย่างแท้จริง

กิจกรรมการตระหนักรู้ตนเองเหล่านี้มีไว้สำหรับผู้ที่พัฒนาความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับตัวเอง แต่อาจจะไม่เข้าใจมากนักเกี่ยวกับตนเองทางจิตวิญญาณ หรือตัวตนของผู้ที่  “เข้าถึงความจริงแท้แห่งตน”

1. ถามคำถาม 6 ข้อต่อไปนี้

          – ฉันอารมณ์นี้ใช่หรือไม่

          – ฉันความคิดแบบนี้ใช่หรือไม่

          – ฉันรู้สึกเช่นนี้ใช่หรือไม่

          – ฉันเป็นแบบนี้ใช่หรือไม่

          – ร่างกายฉันเป็นแบบนี้ใช่หรือไม่

          – บุคลิกภาพของฉันเป็นแบบนี้ ใช่หรือไม่

          ถ้าหากคุณต้องใคร่ครวญตัวคุณเองทุกวัน คุณจะรู้ว่าความคิดส่วนใหญ่ของคุณมุ่งไปในทางที่เข้มงวดเกินไปกับบุคลิกภาพ ร่างกาย ความรู้สึก หรืออื่น ๆ ของคุณ แต่ทว่า “คุณ” เป็นคนเช่นนั้น   จริง ๆ หรือ? คุณจะเป็นสิ่งที่เติบโตขึ้น เปลี่ยนแปลงและเสื่อมสลายไปได้อย่างไร ถ้าหากคุณไม่ได้มีร่างกาย อารมณ์หรือจิตใจ ที่เปลี่ยนแปลงได้ดั่งสายลม แล้วคุณเป็นใครล่ะ คุณจะค้นพบบางสิ่งที่น่าอัศจรรย์…คุณไม่ใช่อะไรเลย!  แต่ทว่าไม่ใช่อะไรเลยที่ไร้แก่นสารหรือที่เสื่อมทราม แต่ไม่ใช่อะไรเลยที่เต็มไปด้วยความสดใส ความบริสุทธิ์ ความรัก และนิรันดร์: ความไม่มีอะไรเลยที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งดูเหมือนเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกัน

2. การชี้ไปในสองทิศทาง (Two-Way Poining)

          ด้วยมือข้างหนึ่งที่ชี้ไปยังโลกข้างหน้าคุณ และมืออีกข้างหนึ่งที่ชี้มาที่ตัวคุณเอง มองดูภาพที่คุณชี้ไปข้างหน้า ตรวจดูรูปร่าง สี วัตถุ และรายละเอียดทั้งหมด จากนั้นเพ่งมองมายังมือที่ชี้มาที่ “ตัวคุณเอง” คุณเห็นอะไรบ้างในตอนนี้ ตัวตนหนึ่ง คนๆ คน หรือเอกลักษณ์หนึ่ง คุณจะเห็นว่าภาพนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่มีสิ่งใดเลย เว้นเสียแต่ว่าเป็นพื้นที่แห่งความมีสติสัมปชัญญะ ไม่มีหัว ไม่มีใบหน้า มีเพียงการตระหนักรู้เท่านั้น

          สิ่งนี้นำไปใช้ในชีวิตของคุณได้อย่างไร เมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ใด ๆ จงระลึกว่าคุณคือผู้สังเกตการณ์; พื้นที่ว่างเปล่าอันมีชีวิตชีวานั้น จำไว้ว่า คุณไม่ได้เป็นหัว เป็นลำตัวที่มีอันจะต้องเติบโต เปลี่ยนแปลง และเสื่อมสลาย แต่พื้นที่แห่งการรับรู้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

          ในฐานะที่เป็นผู้ชำนาญการ Ramana Maharshi กล่าวว่า “คำตอบสำหรับปัญหาของคุณคือการดูว่าใครมีปัญหา” การมีสติอย่างเต็มที่ไม่ใช่อาการทางประสาทที่น่าสงสัยหรือมีลักษณะวูบวาบแต่อย่างได เป็นเป็นประสบการณ์ที่แสนจะธรรมดามาก

3. การทดลองปิดตา Closed-Eye Experiment

หลับตาลง ปล่อยให้ตัวเองได้พักผ่อน ให้ความคิดของคุณช้าลง จากนั้นถามตัวเอง:

“ฉันยิ่งใหญ่แค่ไหน?”

“รูปร่างฉันเป็นอะไร?”

“ฉันมีขอบเขตหรือไม่ฦ”

“มีที่ให้ฉันหยุดไหม และให้ทุกสิ่งเริ่มต้นต่อไปได้?”

“มีสิ่งใดไหมที่แยกฉันจากผู้อื่น”

“ฉันเป็นอะไร?”

โปรดระวังว่าจิตใจของคุณจะเริ่มวาดภาพความทรงจำในอดีต ประสบการณ์ที่ผ่านมา ภาพจากความคิด ความรู้สึก ข่าวลือ และจินตนาการในอดีต จงปลดปล่อยให้ความคิด ภาพ และความรู้สึกเหล่านั้นทั้งหมดหายไปเสีย เมื่อคุณมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ในปัจจุบันของคุณอย่างสมบูรณ์ คุณอาจต้องการเขียนคำถามเหล่านี้ แล้วปิดตาเมื่อตอบแต่ละข้ออย่างช้า ๆ


เมื่อคุณทิ้งความคิดทั้งหมด คุณจะพบว่าคำถามแต่ละข้อไม่สามารถตอบได้ในลักษณะเดียวกับที่คุณเคยตอบ คุณจะเห็นว่าคุณไร้ขีดจำกัดและไม่มีขอบเขต: คุณไม่สามารถกำหนดได้ นั่นคือการค้นพบที่น่าอัศจรรย์ใช่หรือไหม

เมื่อครั้งแรกที่ฉันลองทำกิจกรรมการรับรู้ด้วยตนเองเหล่านี้ ฉันรู้สึกอึดอัดและไม่แน่ใจ คำแนะนำของฉันคืออดทนกับตัวเอง ไม่น่าเป็นไปได้ที่คุณจะสมบูรณ์แบบตั้งแต่เริ่มต้น และบ่อยครั้งที่คุณจะต้องฝึกฝนเล็กน้อยเพื่อที่จะรู้สึกราวกับว่าคุณก้าวหน้าไป นอกจากนี้หากคุณต้องการกิจกรรมการรับรู้ตนเองขั้นสูงเพิ่มเติม ฉันขอแนะนำให้อ่านหนังสือของ Douglas Harding ที่มีแบบฝึกหัดสองข้อในบทความนี้ สำหรับตอนนี้ถามตัวเองว่า“ ฉันจะวางแผนที่จะเป็นคนที่รู้จักตัวเองมากขึ้นได้อย่างไร” โปรดแบ่งปันด้านล่างนี้หากความคิดของคุณโดดเด่น

About Aletheia Luna

Aletheia Luna is an influential psychospiritual writer whose work has changed the lives of thousands of people worldwide. After escaping the religious sect she was raised in, Luna experienced a profound existential crisis that led to her spiritual awakening. As a spiritual counselor, diviner, and author, Luna’s mission is to help others become conscious of their entrapment and find joy, empowerment, and liberation in any circumstance. [Read More]

https://lonerwolf.com/self-awareness-activities/
Skip to toolbar